วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

วิทยา เขียวประไพ 56-2-0631

ศาสนาของเทพเจ้าของชาวโรมัน

ศาสนาเทพเจ้าของโรมันนั้น ได้รับอิทธิพลมากจากศาสนาหรือตำนานเทพเจ้ากรีก ซึ่งเมื่ออาณาจักรกรีกล่มสลายลงและอาณาจักรโรมันกำลังรุ่งเรืองขึ้นหรืออยู่ในช่วงสร้างตัวให้เจริญขึ้นเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่ทำให้ชาวโรมันที่นับถือศาสนาเทพเจ้าเจริญชีวิตโดยที่มีความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้าได้นั้นมาจากการนับถือและการหวังผลตอบแทนจากเทพเจ้า ชาวโรมันที่นับถือศาสนาเทพเจ้าได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องราวของ ตำนานเทพเจ้ากรีกเป็นอย่างมาก เพียงแต่เหล่าเทพเจ้าของชาวโรมันนั้นเปลี่ยนลักษณะนิสัยหรือชื่อเรียกที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อที่จะเสริมสร้างให้เทพเจ้าเหล่านั้นดูน่าเกรงขามเพราะชาวโรมันที่นับถือเทพเจ้าเหล่นนี้นั้นมองว่าเทพเจ้าในแบบฉบับของชาวกรีกนั้นมีท่าทีที่อ่อนแอเกินไปดังนั้นชาวโรมันจึงเปลี่ยนชื่อเรียกให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้นเพื่อความเหมะสมกับอาณาจักรโรมันที่จะยิ่งใหญ่ขึ้นในอีกไม่ช้านั้นเอง
เทพเจ้ากรีก แห่งยอดเขาโอลิมปัส
เทพโอลิมปัส (The Olympians, Major gods) เป็นเทพที่อาศัยบนยอดเขาโอลิมปัส (Olympus) มีทั้งหมด 12 องค์ ดังนี้ (ไม่นับ ฮาเดสหรือพลูโต ซึ่งถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม)
1. ซุส (Zeus) (ทางโรมันเรียกว่า จูปิเตอร์) เป็นราชาของบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายและเหล่ามนุษย์บนโลก ซุสมีอาวุธเป็น Thunderbolt (อัศนีบาต) เทพซุสมีพี่น้องซึ่งเป็นเทพปกครองโลกร่วมกัน 5 องค์ ได้แก่ เทพโพไซดอน เทพีดีมิเทอร์ เทพีเฮร่า เทพฮาเดส และเทพีเฮสเทีย
2. โพไซดอน (Poseidon) (ทางโรมันเรียกว่า เนปจูน) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล สัญลักษณ์ของพระองค์คือ สามง่ามหรือ ตรีศูลเทพผู้เขย่าพื้นพิภพ ผู้บัลดาลให้เกิดพายุ บิดาแห่งม้า
3. ดิมิเทอร์ (Demeter) (ทางโรมันเรียกว่า ซีรีส) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรรม การเก็บเกี่ยว
4. เฮรา (Hera) (ทางโรมันเรียกว่า จูโน) ราชินีแห่งสวรรค์ เป็นทั้งพี่สาวของซุสและเป็นภรรยาด้วย เฮร่าเป็นเทพีแห่งการให้กำเนิดทารก การสมรส สตรี การสมรสสัตว์ประจำพระองค์คือนกยูง
5. เฮสเทีย (Hestia) (ทางโรมันเรียกว่า เวสตา) เทพีพรมจรรย์แห่งการครองเรือน เทพแห่งครอบครัว ในฐานะของเทพีผู้รักษาบ้าน พระนางเป็นผู้ที่สร้างบ้านขึ้นเป็นคนแรก วิหารของพระนางอยู่ที่กรุงโรม ซึ่งจะได้รับการบวงสรวงจากสาวพรหมจารี พระนางมีสัญลักษณ์เป็นไฟนิรันดร
6. แอรีส (Ares) (ทางโรมันเรียกว่า มาร์ส) เทพแห่งสงคราม บุตรของ ซูส กับ เฮร่า สัตว์ประจำพระองค์คือเหยี่ยวและสุนัขมังกรไฟ (บางตำราว่าเป็นนกแร้ง) เทพองค์นี้มีเทพที่เป็นน้องสาว ชื่อว่า อีริส เธอคือเทพีแห่งการวิวาท
7. อะพอลโล (Apollo) (ทางโรมันก็เรียกว่า อะพอลโลเช่นกัน) เทพเจ้าแห่งการทำนาย กีฬา การรักษาโรคภัย การดนตรี และ เป็นเทพแห่งพระอาทิตย์ เป็นบุตรแห่ง ซีอุส และ เทพีเลโต (Leto) มีน้องสาวฝาแฝดชื่อ อาร์เทมิส (Artemis) อะพอลโล่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คือ ต้นลอเรล Laurel สัตว์ศักดิ์สิทธิ์คือนกกาเหว่าและห่าน เครื่องดนตรีประจำพระองค์คือพิณ วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์อยู่ที่เดลฟี่ Delphi ซึ่งที่นั่นจะมีนักบวชคอยบอกคำทำนายของพระองค์ให้แก่ประชาชนที่มาสักการบูชา
8. อาร์เทมีส (Artemis) (ทางโรมันเรียกว่า ไดแอนนา)  เทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ เป็นบุตรีของซูสและ เทพีเลโต เป็นน้องสาวแฝดของอะพอลโล่ พระองค์เป็นเทพีพรหมจรรย์องค์หนึ่งใน 3 องค์ ภาพที่ผู้คนเห็นอยู่เสมอๆ คือพระองค์จะถือธนูและศร มีสุนัขติดตาม สวมกระโปรงสั้น บางครั้งอาจเห็นเธออยู่บนรถศึกเทียมด้วยกวางขาว
9. เฮอร์มีส (Hermes) (ทางโรมันเรียกว่า เมอร์คิวรี) เทพแห่งการค้า การโจรกรรม และผู้ส่งสารของเหล่าทวยเทพ เป็นบุตรของ ซูส กับ เทพธิดาไมอา เทพไททัน พระองค์มักจะปรากฏกายในลักษณะสวมหมวกขอบกว้าง สวมรองเท้ามีปีก ถือคทาที่มีงูพัน ชื่อ คะดูเซียสซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการแพทย์
10. อาธีน่า (Athena) (ทางโรมันเรียกว่า มิเนอร์วา Minerva) เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และศิลปศาสตร์ทุกแขนงของกรีกรวมถึงศิลปะการต่อสู้ด้วย ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์คือต้นมะกอก
เทพีอธีน่า เป็นผู้ที่มอบมะกอกให้กับมนุษย์เป็นองค์แรก ทำให้เมือง Athens ได้ใช้ชื่อของพระองค์เป็นชื่อเมืองเพื่อเป็นเกียรติ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้แก่ นกฮูก
11. อะโฟรไดต์ (Aphrodite) (ทางโรมันเรียกว่า วีนัส) เทพีแห่งความรักและความงาม เป็นบุตรีของ ซูส กับ เทพีไดโอนี่ (บางตำราว่าเกิดจากฟองคลื่น) สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้แก่นกกระจอก นกนางแอ่น ห่าน และเต่า ส่วนดอกไม้และผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระนางได้แก่กุหลาบ Myrtle และแอปเปิล กล่าวกันว่าพระนางเป็นเทพีผู้คุ้มครองเหล่าโสเภณีด้วย นางได้สมรสกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่างที่ทีรูปร่างอัปลักษณ์ จึงได้มีสัมพันธ์ชู้สาวกับแอเรส หรือมาร์ส เทพแห่งสงคราม ต่อมาได้มีบุตรชื่อคิวปิด(อิรอส)เทพแห่งความรัก และบุตรคนเล็ก แอนติรอส เทพผู้บันดานให้เกิดความรักตอบ
12. เฮเฟสตัส (Hephaestus) (ทางโรมันเรียกว่า วัลแคน) เทพแห่งไฟ โลหะ และการช่าง เป็นบุตรของ ซูส กับ เฮร่า (บางตำราว่าเป็นบุตรของ Hera ผู้เดียว) พระองค์เป็นเทพที่พิการและอัปลักษณ์ฃ
13. เฮเดส (Hades) หรือฮาเดส (ทางโรมันเรียกว่า พลูโต) เทพแห่งใต้พิภพยมโลก และเป็นเทพดูแลอัญมณีใต้ดิน ชาวกรีกบูชาพระองค์ก่อนเสมอที่จะลงมือทำเหมืองแร่ แต่เดิมถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทพทั้ง 12 แต่ถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม (ริก ไรออร์แดน : 2537)
เป็นที่น่าสังเกตุอย่างนึงว่าแม้จะรับอิทธิพลตำนานเทพเจ้ากรีกมาแต่ชาวโรมันก็ไม่ได้นับถือเทพเจ้าของชาวกรีกทั้งหมดแต่เลือกตัวหลักๆ ออกมาแล้วเน้นไปที่เทพเจ้าอื่นๆที่พวกเขาให้ความสำคัญมากกว่า ดังนั้นจึงสรุปได้ดังนี้ว่าเทพเจ้าโรมันมีทั้งหมด 12 องค์ คือ
เทพแซทเทิร์น(พ่อของจูปิเตอร์),เทพยูเรนัส(พ่อของแซทเทิร์น),เทพีไดแอนนา,คิวปิด
(เทพแห่งความรัก)
                เทพเจ้าทั้ง 12 องค์นี้ชาวโรมันเลือกและให้การนับถือเป็นเทพเจ้าและแน่นอนว่าแต่ละเทพก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไปตามสภาพและเมื่อพวกเขาบูชาเทพเจ้าองค์ไหนพวกเขาจะหวังว่าเขาจะได้รับการตอบแทนจากเทพเจ้าเหล่านั้นรวมถึง พวกเขาก็จะรู้สึกได้รับการปกป้องหรือการดูแลจากเทพเจ้าที่พวกเขาได้ถวายบูชาด้วยความเคารพ เช่น ทหารของชาวโรมัน จะบูชาเทพเจ้า มาร์ส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามที่มีความแข็งแกร่ง เก่งกาจในการรบและทำสงคราม พวกเขาจะบูชาเทพเจ้า มาร์ส ก่อนที่จะทำการรบโดยมีความคิดที่ว่าเทพพระเจ้าจะต้องช่วยพวกเขาให้รบชนะเช่นเดียวกัน เมื่อรบชนะพวกเขาจะสรรเสริญเทพเจ้านี้ด้วยการถวายบูชาด้วยสิ่งของที่ยึดมาได้ (สินสงคราม) เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เทพเจ้ามาร์ส
(ริก ไรออร์แดน: 2537)
การบูชาเทพเจ้าและเทวสถานโรมัน
ชาวโรมันจะทำการสักการะ, สวนดมนต์, ถวายสิ่งสักการะ และ ทำการสังเวยต่อเทพเจ้ากันที่เทวสถาน เทพ/เทพีองค์สำคัญ โดยใช้สถานที่ที่เรียกว่า เทวสถานโรมัน (อังกฤษ: Roman temple หรือ Fanum) ในความเชื่อเดิมในเรื่องที่เกี่ยวกับ ลัทธิเพกันโรมัน ผู้ถือปฏิบัติมักจะทำการสักการะที่เทวสถาน มีการจัดตั้งขบวนแห่อย่างสมเกียรติ การสังเวยมักจะทำกันบนแท่นบูชาภายนอกเทวสถานที่ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และสามารถรับผู้เข้าร่วมพิธีได้มากกว่า เทวสถานโรมันจะมีขนาดไม่ใหญ่นักและจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นที่ตั้งของรูปสลักของเทพประจำลัทธินิยมในห้องหลักที่เรียกว่า “cella” (เซลลา) เซลลาเองก็อาจจะมีแท่นบูชาขนาดเล็กสำหรับจุดธูป (มีการค้าขายธูปด้วย) หลังเซลลาก็จะเป็นห้องเดียวหรือหลายห้องที่ใช้โดยผู้เข้าร่วมพิธีสำหรับเก็บเครื่องไม้เครื่องมือหรือสิ่งที่จะถวายเทพ
(Google : สารานุกรมเสรี หมวดหมู่เทพเจ้า)
การประกอบพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้าของชาวโรมันมีลักษณะเหมือนการต่อรอง กล่าวคือ เมื่อมนุษย์กระทำการบางอย่างแก่เทพเจ้า เทพเจ้าก็จะต้องกระทำสิ่งที่มนุษย์ต้องการให้เป็นการตอบแทน สิ่งที่ชาวโรมันต้องการจากเทพเจ้ามักเกี่ยวข้องกับเรื่องทางวัตถุ ไม่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมหรือทางพ้นทุกข์เยี่ยงศาสนาอื่นๆ เช่น ความร่ำรวย และสุขภาพที่แข็งแรง เป็นต้น เมื่อความปรารถนาของเขาสัมฤทธิ์ผล ชาวโรมันก็จะสังเวยเทพเจ้าด้วยสิ่งของหรือการกระทำบางอย่างตามที่ได้สัญญาไว้แต่หากเทพเจ้ามืได้นำพาหรือให้สิ่งที่เขาปารถนาแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องบุชาเทพเจ้า แต่อย่างไรก็ดี เทพเจ้าอาจจะลงโทษบุคคลที่ละเลยหน้าที่หรือกิจอันควรกระทำต่างๆ ได้ อำนาจเทพเจ้าที่จะให้คุณและโทษแต่ปัจจเจกบุคคลเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อชุมชนและรัฐพอๆ กัน  ดังนั้น ชุมชนหรือรัฐจะต้องปฏิบัติพิธีกรรมเช่นเดียวกับปัจเจกบุคคล การปฏิบัติพิธีกรรมของชุมชนหรือรัฐเหล่านี้กำหนดลงไว้เป็นหนังสือตำรา ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทำนองกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้รักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายนี้คือพวกพระหรือปอนติฟ ปอนติฟทำหน้าที่ปฏิบัติพิธีกรรมต่างๆ หรือคอยแนะนำให้ผู้บริหารระดับสูงปฏิบัติพิธีกรรมตามขั้นตอนที่จำเป็นอย่างถูกต้อง สิ่งไหนที่ ปอนติฟ เห็นว่าทำแล้วมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งอาจแปลความหมายว่าเป็นลางไม่ดี ก็จะสั่งให้หยุดยั้งหรือประกาศให้เป็นโมฆะก็ได้ (มัทนา เกษกมล : 2538)
สรุปได้ว่า ศาสนาของเทพเจ้าของชาวโรมันนั้นได้รับอิทธิพลมาจากตำนานเทพเจ้ากรีก และชาวโรมันก็นำมาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับความเป็นโรมันมากที่สุด โดยมีการเคารพบูชาการทำพิธีกรรมแท่นบูชาโดย มีผู้นำและมีพิธีการที่เป็นรูปแบบที่สมเกียรติต่อเทพเจ้าและแสดงออกได้อย่างชัดเจนถึงความต้องการของชาวโรมัน โดยหวังผลตอบรับจากเทพเจ้าเป็นการตอนแทน และถ้าได้รับผลตอบแทนชาวโรมันจะทำการถวายบูชาซึ่งอาจเป็นสิ่งของหรืออื่นๆ ที่จะนำมาถวายแด่เทพเจ้าได้ โดยเทพเจ้าทั้ง 12 องค์ต่างก็มีหน้าที่และมีอำนาจที่แตกต่างกันไปทำให้การบูชาเทพเจ้านั้นเป็นไปตามแต่สิ่งที่ชาวโรมันต้องการ เช่น ถ้าต้องการอำนาจ ก็จะทำการบูชาเทพจูปิเตอร์ หรือถ้าต้องการชนะสงครามก็จะทำการบูชาเทพ มาร์ส เป็นต้น อย่างไรก็ดีศาสนาเทพเจ้าเริ่มไม่เป็นที่นิยมให้กับชาวโรมันเพราะว่าในหลายๆ ครั้งเหล่าเทพเจ้าที่เขาบูชาไม่สามารถให้ในสิ่งที่ต้องการได้ ผนวกกับศาสนาคริสต์ เริ่มมีบทบาทมากในสังคมทำให้ศาสนาเทพเจ้าไม่กลายเป็นที่ต้องการเพราะไม่สามารถตอบสนองให้กับประชาชนได้จนกระทั้งศาสนาเทพเจ้าค่อยๆ หายไปในสมัยที่ศาสนาคริสต์เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

Google : วิกิพีเดีย; สารานุกรม หมวดหมู่เทพเจ้า
ริก ไรออร์แดน.   (2553).    เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับ สายฟ้าที่หายไป.    กรุงเทพฯ  :  สำนักพิมพ์เอ็นเตอร์บุ๊คส์.
มัทนา   เกษกมล(ผู้แปล).   ’อารยธรรมตะวันตกยุคโบราณ’   กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์สาระ,2538.
ฮักซ์ลี่, จูเลียน, เซอร์ และคนอื่นๆ. วิวัฒนาการแห่งความคิดมนุษย์และโลก.                                               
แปลจาก  The Growth of Ideas :   Man and the World. โดย จุฑาทิตย์   อุมะวิชนี.   กรุงเทพมหานคร  อมรินทร์การพิมพ์, 2526.
โฮลลิสเตอร์,   ซี.   วอร์เรน.   รากฐานของวัฒนธรรมตะวันตก.   แปลจาก   Roots of Western Tradition     
โดย   วไล  ณ  ป้อมเพชร. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สร้างสรรค์, 2524.
Barn,   Harryn   Elmer.   An Interllectual and Cultural  History of Western World.  Vol.l. 3d. revsed.  
New York  :  Dover Publication,  Inc.,   1965.
Diana Bowder. (1980) Who was who in the Roman World. Phaidon Press Limited Oxford.
                                 



9 ความคิดเห็น:

  1. เป็นงานเขียนที่พยายามหาข้อมูลแม้จะน้อยไปหน่อยนะครับสงสัยถามได้

    ตอบลบ
  2. เมื่ออ่านบทความนี้้เเล้วรู้สึกว่า ชาวโรมันเปรียบกับ "นักรัก" ที่ไม่รู้จักพอ อะไรดีรับหมด อะไรดีเชื่อหมด มิใช่เเค่เทพเจ้าที่ชาวโรมันยืมของชาติอื่นมาใช่อย่างเดียว บางครั้งชาวโรมมันถึงกับเคารพพระจักรพรรดิ เป็นพระเจ้าเสียด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่ชาวโรมันไม่นับถือพระยาเวห์ น่าเสียดายที่ชาวโรมมันไม่น่าเป็นผู้ยึดครองประเทศอิสราเอล เพราะถ้าหากชาวอิสราเอลไม่เป็นประชากรอันดับรองของจักรวรรดิ คงจะไม่มีการเบียดเบียนคริสตศาสนาใน ศต เเรกๆ ข้อหาคริสตศาสนาจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐคงไม่เกิดกับคริสตชนในสมัยนั้นเป็นเเน่

    ตอบลบ
  3. เป็นงานเขียนที่สรุปภาพรวมทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นถึงที่มากของเทพเจ้าต่าง ๆ พอสังเขป
    ทำให้ทราบอีกด้านหนึ่ง คือ แต่ละยุดสมัย ส่ิ่งที่ตอบโจยท์ในชีวิต ก็จะนับถือ

    แล้วเราจะนับถือ อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยว ? เราคงเลือกความจริงแท้แน่นอน เพื่อให้เรามีหลักในการดำเนินชีวิต

    ตอบลบ
  4. อิทธิพลของศาสนาดั้งเดิมของชาวโรมัน ส่งผลต่อจารีตพิธีกรรมในศาสนาคริสต์ ความโอ่อ่า หรูหรา ขบวนแห่ที่สง่าในพิธีกรรมเป็นต้น

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ27 กันยายน 2556 เวลา 19:48

    บทความนี้พยายามรวบรวมความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของชาวโรมันให้ผมได้รู้ น่าทึ่งในการนับถือเทพเจ้าของพวกเขา เเต่ที่สุดเเล้วพระเจ้าก็ทรงมีเเผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ การทำให้จักรวรรดิโรมันเป็นคริสต์ เทพเจ้าของโรมันก็เป็นเเค่เพียงเรื่องเล่าปรัมปราไป

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  7. นี่เป็นบทความที่น่าสนใจ เป็นการบรรยายถึงเทพเจ้าที่มีอยู่ในกรีก และชาวโรมันนำเป็นเป็นเทพเจ้าของชาวโรมันแต่เปลี่ยนชื่อของเทพเจ้า เพื่อความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า
    ความคิดเห็นของ ประเสริฐ พิทักษ์คีบูน

    ตอบลบ
  8. เรื่องเทพเจ้า การบูชาเทพเจ้า ว่าไปแล้วคาทอลิกได้รับวัฒนธรรมหลายอย่างมาจากการบูชาเทพเจ้า เช่น เรื่องของการแต่งกาย การแห่ การใช้ของในพิธีกรรมอย่างหรูหรา เพียงแต่เรานับถือและเคารพพระเจ้าหนึ่งเดียวเท่านั้นเอง เรื่องเทพเจ้าทำให้เราเห็นความเป็นมาของวัฒนธรรมกรีกและโรมันผสมผสาน ซึ่งส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่่น่าเรียนรู้

    ตอบลบ
  9. ทุกวันนี้เทพเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ กระจายไปทั่วโลก หลังจากที่อาณาจักรโรมันล่มสลาย สมาร์ทโฟน เทพแห่งการสื่อสาร อเมริกา เทพแห่งการทำสงคราม ติวเตอร์ เทพแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพอื่นๆอีกมากมายที่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ให้มนุษย์ได้บูชา

    ตอบลบ