วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ปรีชา สหายแก่น 56-2-0643

ประวัติ จักรพรรดิคอนสแตนติน

ทางด้านประวัติศาสตร์
            จักรพรรดคอนสแตนติน ประสูติเมื่อราวคริสตศักราช  280 ในอาณาจักรโรมันตะวันตก พระบิดามีพระนามว่า คอนสแตนติน คลอรุส กษัตริย์นักรบแห่งอาณาจักรโรมัน และพระนางเฮเลนา  พระองค์มีชื่อเต็มว่า ฟราวิอุส วาลเลลีอัส ออลีไลอัส คอนสแตนติน  หลังจากได้ขึ้นครองราชต่อจากพระราชบิดาก็ได้มีความคิดที่จะเข้าตียึดกรุงโรม  การต่อสู้แย่งชิงอำนาจดำเนินต่อมาหลายปี  หลายคนได้ครอบครองบัลลังก์ของอาณาจักร  และสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นจะต้องผ่านการแย่งชิงกันอย่างโหดร้ายทารุณ  จักรพรรดิคอนสแตนตินก็ได้ผ่านช่วงเวลานี้มาด้วยเช่นกันก่อนที่จะรวบรวมอาณาจักรโรมันเป็นปึกแผ่น
                ในปีค..312 คอนสแตนตินอยู่ในแคว้นโกล(ฝรั่งเศส) ได้ตัดสินใจจะยกทัพไปยังกรุงโรม  เพื่อต่อสู้กับอริคนสำคัญ แม็กเซนซิอุส  ผู้ซึ่งครอบครองอิตาลีและแอฟริกา แม็กเซนซิอุส  ประเมินว่าตัวเองมีกำลังเหนือกว่าคอนสแตนติน  แต่จากการบุกโจมตีของกองทัพคอนสแตนตินโดยไม่ได้คาดฝันแม็กเซนซิอุส  ไม่ทันได้เตรียมการณ์ คอนสแตนตินจึงได้เอาชนะทางตอนเหนือของอิตาลีและเคลื่อนทัพต่อไปยังกรุงโรม  ที่ซึ่งแม็กแซนซิอุสได้รวบรวมกองทัพและคอยอยู่เพื่อทำสงคราม  ในคืนก่อนที่จะมีการทำสงครามกับแม็กแซนซิอุส  ท่านได้เห็นภาพนิมิต ในนั้นบอกให้ท่านใส่เครื่องหมายของพระคริตสเจ้าลงบนโล่ห์ของทหาร  เป็นอักษรสองตัวแรกของชื่อพระเยซูเจ้าในภาษากรีก  ในนิมิตยังบอกว่า  โดยอาศัยเครื่องหมายนี้ ท่านจะได้รับชัยชนะ( hoc signo victor eris or )
                28 ตุลาคม ค.. 312 คอนสแตนตินได้ต่อสู้กับแม็กแซนซิอุสที่สะพานมิลเวียน ใกล้กรุงโรม คอนสแตนตินได้รับชัยชนะในการรบ ที่ชนะได้เพราะพระเจ้าของชาวคริสตชน แม้ว่าท่านจะยังไม่ได้เป็นคริสตชน เวลานั้นท่านได้ใส่เครื่องหมายของพระคริสตเจ้าบนเครื่องแบบและอาวุธของบรรดาทหารทุกคน และท่านยังเริ่มให้การสนับสนุนคริสตชนอีกด้วย
                ในปี ค.. 324 จักรพรรดิคอนสแตนตินได้ประกาศการปรับปรุงเมืองไบเซ็นซิอุมให้เป็นกรุงโรมใหม่ ( Nova Roma ) และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.. 330 ทรงประกาศให้เมืองไบเซนซิอุมเป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมัน และเปลี่ยนชื่อเป็น คอนสแตนติโนเปิล  แปลว่า เมืองของคอนสแตนติน หลังจากจักรพรรดิคอนสแตนตินสิ้นพระชนม์เมื่อปี ค.. 337 เมืองคอนสแตนติโนเปิลเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิไบเซนไทน์หรือโรมันตะวันออกต่อมาอีกเป็นเวลากว่า1,000ปี ยกเว้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อถูกปล้นและเผายึดครองระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่4 เมื่อปี ค.. 1204 ในที่สุดการเป็นเมืองหลวงก็มาสิ้นสุดลงในสมัยจักรวรรดิออตโตมานเมื่อปี ค..1453
ทางด้านศาสนา
ดูเหมือนว่าคอนสแตนตินได้ให้แนวคิดบางอย่างแก่ศาสนา  เขามาจากชนกลุ่มหนึ่งของพวกต่างศาสนาที่รังเกียจคริสตศาสนา  ในขณะที่เป็นหนุ่มและเป็นทหาร  เขาเชื่อในพระเจ้าหลายองค์  และเลือกบูชาพระเจ้าที่มีสัญลักณ์เป็นดวงอาทิตย์  ทีละเล็กทีละน้อยได้ละทิ้งการนับถือแบบนั้นและหันมาเชื่อว่ามีพระเป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว  แต่ก็ยังไม่ได้เชื่อในพระเป็นเจ้าของคริสตชน คอนสแตนตินเดินทางไปประเทศอิตาลีพร้อมกับกองทัพ เพื่อทำสงครามชิงบัลลังก์กับแม็กเซนซิอุสคอนสแตนตินไม่ได้เป็นคริสตชน  แต่ได้ฝันเห็นภาพนิมิต ให้ใส่เครื่องหมายของพระครสตเจ้าบนโล่ห์ของบรรดาทหาร เขาได้ทำเช่นนั้นและได้รับชัยชนะ เขาเชื่อว่าพระเจ้าของคริสตนเป็นผู้ช่วยเขา สงครามของคอนสแตนติน ไม่ใช่การรบเพื่อศาสนาคริสต์ ท่านต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ แต่ในครั้งนี้เองมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ที่ทำให้ท่านก้าวเข้าสู่การเป็นคริสตชน คอนสแตนตินเป็นโอรสของพระนางเฮเลนา ผู้ซึ่งมีความศรัทธาต่อคริสตศาสนาเป็นอย่างมาก  และได้เป็นผู้ทำนุบำรุงสร้างศาสนสถานขึ้นมาหลายต่อหลายแห่ง  และพระนางทรงเด็จประภาสกรุงเยรูซาเล็ม  เพื่อแสวงบุญและรื้อฟื้นสถานที่สำคัญทั้งหมดของพระเยซูไม่ว่าจะเป็นที่ประสูติ  สถานที่ถูกตรึงกางเขน  มงกุฎหนามของพระเยซู และอื่นๆ  พระศาสนจักรได้แต่งตั้งพระนางเป็นนักบุญ  พระนางจึงเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์อีกคนหนึ่งของพระศาสนจักรเลยทีเดียว  จึงไม่แปลกที่ความเชื่อความศรัทธาในคริสตศาสนาของพระนางจะได้ถูกถ่ายทอดไปยังจักรพรรดิคอนสแตนตินด้วย
ก่อนสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินนั้นคริสตชนในกรุงโรมถูกเบียดเบียนอย่างหนัก  ก่อนหน้านั้นคาดว่ามีคริสตชนถูกฆ่าจากการเบียดเบียนเหล่านี้ถึง  200,000 คน  แต่หลังจากจักรพรรดิคอนสแตนตินครองอำนาจ  พระองค์ได้ทรงให้การทำนุบำรุงอุปถัมภ์คริสตศาสนาและยุติการเบียดเบียนคริสตศาสนิกชนทั้งหมด  แต่ในขณะเดียวกันพระองค์เองก็ให้เสรีภาพทางการนับถือศาสนาต่อพลเมืองทุกคน  ให้ทุกคนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา  และนี่เองจึงเป็น  พระราชกรณียกิจที่สำคัญที่สุดคือการประกาศให้ศาสนาคริสต์  เป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายของจักรวรรดิมัน  คอนสแตนตินจึงเป็นจักรพรรดิองค์แรกที่นับถือศาสนาคริสต์ตามพระราชกฤษฎีกาแห่งมิลาน ( Edict of Milan )  ที่ประกาศโดยจักรพรรดิลีซีอุส  ผู้เป็นจักรพรรดิร่วมกับพระองค์  พระราชกฤษฎีกาแห่งมิลานเป็นพระราชกฤษฎีกาที่ยกเลิกการทารุณกรรมต่อคริสตศาสนิกชน  ทั่วทั้งจักรวรรดิโรมัน  ในช่วงปีค.. 325-337  คอนสแตนตินยังคงให้การสนับสนุนต่อพระศาสนจักรเช่นที่ผ่าน  และเด่นชัดมากขึ้นจากการบริจาคทาน  และบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงินจำนวนมาก  ภายหลังได้ย้ายเมืองหลวงไปทางตะวันออก  ตั้งชื่อเมืองว่าคอนสแตนติโนเปิล  ซึ้งภายหลังได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริตส์นิกายออร์ธอดอกซ์  แต่หารู้ไม่ว่าการย้ายเมืองหลวงจะนำพามาซึ่งความแตกแยกในพระศาสนจักรในเวลาต่อมา
น่ารู้น่าคิด
1.จริงหรือไม่ที่จักรพรรดิคอนสแตนตินสถาปนา  คริสตศาสนาให้เป็นศาสนาประจำจักรวรรดิโรมัน
- ไม่เป็นความจริง  พระองค์มีความศรัทธาต่อคริสตศาสนาเป็นอย่าง และทรงให้การทำนุบำรุงคริสตศาสนาด้วยดีมาโดยตลอดเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธ  แต่พระองค์ก็เพียงให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่ประชาชนชาวโรมันทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยก  คริสตศาสนามาแนศาสนาประจำจักรวรรดิโรมันในสมัยจักรพรรดิเทโอโดซีอุส  ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี ค.. 379-395
2.จริงหรือไม่ที่จักรพรรดิคอนสแตนตินมาเป็นคริสตชนเพราะถูกบังคับ
-ไม่เป็นความจริง  พระองค์สมัครพระทัยพระองค์เอง  ก่อนนั้นพระองค์เคยเคารพเทพเจ้าของกรีกโรมันอย่าง มาร์ และ อพอลโล  แต่หลังจากพระองค์ได้สัมผัสคริสตศาสนาผ่านทางกิจศรัทธาของพระนางเฮเลนาพระมารดาของพระองค์  และการได้รับนิมิตของพระองค์แล้ว  พระองค์ก็มีความศรัทธาต่อคริสตศาสนาอย่างแรงกล้าจนเต็มพระทัยที่จะหันมานับถือศาสนาคริสตศาสนาเอง
3.จริงหรือไม่ที่จักรพรรดิคอนสแตนตินเป็นพวกนอกรีตมาตลอดชีวิต  แล้วจึงพึ่งมารับศีลล้างบาปก่อนจะสิ้นพระชนม์
-ในความเป็นจริงแล้วจักรพรรดิคอนสแตนตินทรงนับถือศาสนาคริสตในทางปฏิบัติมาตั้งแต่เห็นนิมิตแล้ว  แต่การรับศีลล้างบาปก่อนสิ้นพระชนม์นั้น  ก็เพราะความเชื่อคริสตชนยุคแรก  ที่เชื่อว่าการรับศีลล้างบาปจะชำระล้างบาปทั้งหมด จึงไม่สามารถรับซ้ำได้  ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบางคนอาจรับศีลล้างบาปตอนใกล้จะสิ้นชีวิต  เพื่อที่จะได้ไม่กระทำบาปผิดอะไรต่ออีกและตรงเข้าสู่สวรรค์เลย  จึงไม่น่าแปลกอะไรที่พระองค์ทรงกระทำเช่นนั้นด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์เองที่เป็นนักรบ  หรืออาจเคยสั่งประหารใครๆจากภาระหน้าที่อันบังคับพระองค์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กาสตอง  กูรตัวส์.  ประวัติพระศาสนจักรสากล เล่ม 1  ตั้งแต่กำเนิดพระคริสต์ศาสนา ถึง สงครามครูเสด.
            ฉะเชิงเทรา  :  สำนักพิมพ์แม่พระยุคใหม่.
เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา ทว. 261 ประวัติศาสตร์คริสตจักร 1
http://th.wikipedia.org/wiki จักรพรรดิคอนสแตนตินที่_1
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month



                                                                                                               

8 ความคิดเห็น:

  1. จักรพรรดิ องค์เป็นเหมือนรากฐานของพระศาสนจักรที่พระจิตเจ้าทรงทำงาน เป็นหรรษทานที่พระเจ้าเปลี่ยนใจเขาให้เห็นใจคริสตชน ผมคิดว่าหากไม่มีนิมิต ของคอนสแตนติน คริสตชนคงสาบสูญไปจากประวิติศาสตร์โลกก็เป็นได้ ผมชอบบทสรุปของบราเดอร์ ในช่วงน่ารู้น่าคิดเป็นการประมวลความรู้และเสริมเกร็ดความรู้อย่างดีครับ

    ตอบลบ
  2. ผู้หยิบยื่น เสรีภาพในการนับถือศาสนาให้กับชาวโรมันและก็เป็นผลดีต่อศาสนาคริสต์ในยุคนั้น จักรพรรดิ คอนสแตนติน

    ตอบลบ
  3. การที่จักรพรรดิคอนสแตนตินให้ประชาชนมีอิสระภาพในการนับถือศาสนา ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ทำให้คริสต์ศาสนาค่อยเติบโตขึ้น

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ27 กันยายน 2556 เวลา 20:38

    ผมว่าเบื้องหลังการกลับใจก็น่ามาจากการภาวนาต่อพระเจ้าของพระนางเฮเลนาพระมารดาของพระองค์ นี่เป็นสิ่งที่เราคริสตชนปฏิเสธเรื่องคำภาวนาวอนขอพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาเเละทรงเมตตาต่อมนุษย์เสมอ

    ตอบลบ
  5. ชอบมากเลย หัวข้อ น่ารู้น่าคิด ทำให้สิ่งที่เคยอ่านมาทำความเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน มากยิ่งขึ้น เช่น เรื่องที่จักรพรรดิ ไม่ยอมรับล้างบาป

    ตอบลบ
  6. เรื่องราวที่ได้นำเสนอของ จักรพรรดิคอนสแตนติน ทำให้เห็นถึงการเอาพระทัยใส่ของพระเจ้า ในการให้เกิดภาพนิมิตแก่ผู้นำ เมื่อผู้นำได้มีชัยและเปลี่ยนความเชื่อ ทำให้ผู้ตามเชื่อด้วย สอนเรื่องการเป็นผู้นำว่า หากเราเป็นผู้นำ เราต้องมีประสบการณ์จริง และผู้ที่อยู่กับเราจะเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ ขอบคุรผู้ที่ได้นำบทความมาแบ่งปัน

    ตอบลบ
  7. ชีวิตเปลี่ยนเมื่อมีความเชื่อในพระเจ้า จักรพรรดิคอนสแตนตินมีความเชื่อในพระเจ้าผ่านทางแบบอย่างของแม่ คือนักบุญเฮเรน่า เราซึ่งมีความเชื่อในพระเจ้าชีวิตเราเปลี่ยนแปลขนาดไหน แบบอย่างที่ดีของแม่ที่มีต่อเรา เราสามารถนำมาใช้พัฒนาความเชื่อได้หรือไม่ ความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิคอนสแตนตินไม่ได้อยู่ที่มีอำนาจในการปกครอง แต่อยู่เขามีพระเจ้าและเชื่อมั่นในพระเจ้า

    ตอบลบ
  8. คอนแสตนตินแม้จะสร้างคุณูปการมากมายให้กับพระศาสนจักร แต่กลับไม่ได้รับพระเจ้าเข้ามาในชีวิตเลยจนเกือบจะสิ้นใจ ช่วยย้ำเตือนถึงกิจการที่มนุษย์ได้ทำ น่ายกย่องสรรเสริญ มีประโยชน์มหาศาล อย่าลืมนึกถึงวิญญาณตนเองด้วยเป็นสำคัญ

    ตอบลบ