วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

อานุภาพ วงศ์แก้ว

 ออริเจน(Origen = Origenes) ค.ศ. 185-254
ชีวิตและแนวคิดต่อความศรัทธา

ประวัติ
ในบรรดานักเขียนของพระศาสนจักรในสมัยก่อนนั้น ออริเจนถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในด้านวิชาการเพราะท่านมีอิทธิพลต่อผู้คนมากมายเป็นเพราะผลงานด้านวิชาการมากมายที่มีอิทธิพลจนกระทั่งทุกวันนี้ ท่านได้ชื่อว่ารอบรู้เรื่องศาสนาคริสต์และปรัชญากรีก เชี่ยวชาญในเรื่องเทววิทยาและและมีความรู้มากมายเกี่ยวกับพระคัมภีร์ เช่นเดียวกับ ยูเซบิอุส แห่งซีซาเรอา นอกจากนั้นท่านยังสามารถสอนวิชาตรรกวิทยา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ออริเจนเกิดในครอบครัวที่เป็นคริสตชนหรือไม่(ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะเอกสารบางเล่มขัดแย้งกัน) ในอิยิปต์ประมาณปีคริสตศักราช 185 ในวัยเด็กท่านได้รับการศึกษามาอย่างดี ตลอดช่วงเวลาในชีวิตของท่าน ท่านใช้เวลากับการเป็นอาจารย์ที่เอล็กซานเดรีย ท่านเองก็ยังเคยเดินทางไป อันทิโอก เอเธนส์ อาระเบีย เอเฟซัสและกรุงโรม    
ในปีคริสตศักราช 203 ออริเจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลสถานอบรมหลักความเชื่อที่เมืองเอล็กซานเดรีย ซึ่งสถานอบรมแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาโดยการเอาหลักปรัชญาของกรีก โดยเฉพาะหลักปรัชญาของพลาโตมาอธิบายหลักความเชื่อเทววิทยา ถือว่าเป็นสถาบันแห่งแรกที่สอนปรัชญาคริสต์ ตลอดสิบกว่าปีที่ออริเจนได้แบกรับภาระหน้าที่และได้ประสบความสำเร็จซึ่งมีจำนวนศิษย์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามประมาณปีคริสตศักราช 215 กองกำลังทหารของจักรพรรดิคาราคัลรา (Caracalla) ได้เข้าโจมตีที่เอล็กซานเดรีย ซึ่งส่งผลโดยตรงถึงสถาบันการศึกษาที่เอล็กซานเดรียที่ออริเจนได้ดูแลอยู่ได้ถูกขัดขวางและเบียดเบียนและท่านก็ได้เดินทางออกจากเอล็กซานเดรีย
ออริเจนได้หลบภัยไปอยู่ที่ซีซาเรีย (Caesarea) ในปาเลสไตน์ ที่นั่นท่านได้ทำหน้าที่เทศน์สั่งสอนในพระศาสนจักรที่นั่นตามที่พระสังฆราชแห่งกรุงเยรูซาเล็มและซีซาเรีย ในปีคริสตศักราช 230 ออริเจนได้ออกเดินทางไปที่กรีกและการเดินทางของท่านในครั้งนั้นก็ได้มาจบที่เมืองซีซาเรีย หลังจากนั้นท่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าอาวาสโดยสังฆราช Demetius แต่เมื่อพระสังฆราช Demetius ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของออริเจนจึงเกิดมาไม่แน่ใจท่านรู้สึกว่างานเขียนของออริเจนนั้นเป็นผลงานที่ไม่มีคุณภาพ เพราะตัดสินจากชีวิตของออริเจน เขาจึงปลดออริเจนออกจากหน้าที่เทศน์สอนและขับไล่ออริเจนออกจากพระศาสนจักรที่เอล็กซานเดรียที่ซึ่งเป็นที่ที่ไม่ชัดเจนในการมอบตำแหน่งหน้าที่
ออริเจนจึงต้องกลับมาที่เมืองซีซาเรียอีกครั้ง ท่านได้เปิดโรงเรียนสอนพระคัมภีร์และเทววิทยาซึ่งเจริญก้าวหน้ากว่าโรงเรียนที่เอล็กซานเดรียเพราะงานเขียนของท่านได้แพร่หลายออกไป เป็นการดีเท่ากับการเทศน์สอนและอธิบายพระคัมภีร์เกือบทุกวัน
ในปีคริสตศักราช 250 เกิดเหตุการณ์ก่อกวนอีกครั้ง ออริเจนถูกจับเข้าคุกและทรมานอย่างโหดร้าย ถึงแม้ว่าท่านจะได้รับอิสรภาพเมื่อจักรพรรดิสิ้นพระชนม์และหลังจากนั้นไม่นานท่านก็เสียชีวิตในปีคริสตศักราช 253 หรือ 254 ที่เมืองไทร์ (Tyreปัจจุบันนี้อยู่ในประเทศเลบานอน) เป็นผลจากการถูกทรมานอย่างหนักในช่วงที่ท่านถูกจองจำ
ในชีวิตของท่านบ่อยครั้งทีเดียวท่านได้ถูกโต้แย้งในเรื่องข้อสงสัยของสิ่งเจือปนในพระวรสารของพวกนักปรัชญานอกรีต หลังจากท่านเสียชีวิตแล้ว ก็ยังมีการสงสัยในข้อคำสอนของท่าน
ออริเจนเป็นคนใจกว้างในการรับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของทุกคนทุกแหล่งข้อมูลก่อนที่จะตัดสินหรือเลือกกำหนดความคิดของตน นอกจากนั้นท่านยังยอมรับว่าต่อไปในอนาคตจะมีคนที่เก่งกว่าตนเองไปเรื่อยๆ การถือเอาความศรัทธาเป็นพื้นฐานในการใช้เหตุผลในการศึกษาเทววิทยานั้น นับว่าเป็นแบบอย่างที่และมีการเลียนแบบกันอย่างแพร่หลายในสมัยของออริเจน การใช้ปรัชญาของพลาโตมาอธิบายคริสตศาสนานั้นนับเป็นก้าวแรกของการศึกษาเทววิทยาที่มีการอธิบายโดยใช้หลักปรัชญาอย่างจริงจัง

แนวคิดที่สำคัญต่อความศรัทธา
v ปรัชญากับศาสนา
ความศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ ศรัทธาจะต้องเป็นเรื่องที่ยอมรับโดยไม่มีการพิสูจน์แต่เป็นพื้นฐานสำหรับการพิสูจน์ต่อไป ดังนั้นศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนเพื่อบรรลุถึงความรอดพ้น ออริเจนถือว่าผู้ที่มีความรู้น้อยไม่เป็นไรแต่ขอให้มีศรัทธาก็พอแล้ว แต่สำหรับผู้ที่จะรู้ต่อไปได้นั้น ต้องใช้ความเพื่อเข้าใจศรัทธาด้วยเหตุผล เพื่อจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์ยิ่งวันยิ่งมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ดังนั้นออริเจนได้เดินตามแนวทางของ เคลเมนส์ ผู้เป็นอาจารย์คือ “ฉันเชื่อเพื่อจะเข้าใจ
v พระเจ้า
คริสตชนมีพื้นฐานจากพระคัมภีร์ว่า “พระเจ้าเป็นจิต” ออริเจนมีความเห็นว่า จิตตรงกันข้ามกับสสารอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นแนวคิดของพลาโต ท่านก็ได้อธิบายต่อไปว่า พระเจ้าทรงมีชีวิต ทรงสามารถคิดได้ ปรารถนาได้ อย่างไรก็ตามเหตุผลสามารถอธิบายได้ในระดับที่เป็นไปได้เท่านั้น ถ้าจะรู้ให้แน่ชัดและลึกซึ้งนั้นจะต้องฝึกฝนจนกระทั่งมีความรักในพระเจ้าระดับสูง ออริเจนเชื่อว่าตนเองสามารถใช้เหตุผลและบรรลุถึงพระเจ้าอย่างลึกซึ้งนั้น จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องเท่าที่มนุษย์จะรู้ได้ แต่ก็มีทางพัฒนาต่อไปได้อีก
v การสร้าง
การสร้าง (Creation) สำหรับออริเจนแล้ว หมายถึงการทำให้มีขึ้นมาจากการไม่มีอะไรเลย สิ่งสร้างมี 2 ประเภท คือ จิตกับสสาร แต่เดิมพระวจนะทรงสร้างจิตมาในฐานะเท่าเทียมกัน มีเจตจำนงเสรีด้วยกันทั้งสิ้น จิตที่ดีย่อมกระทำดี ส่วนจิตที่ชั่วก็คือจิตที่กระทำชั่ว รางวัลของจิตที่กระทำดีคือ พระอาณาจักรสวรรค์ คือ การอยู่กับพระเป็นเจ้าตลอดนิรันดร จิตที่ทำชั่วได้รับนรกเป็นการลงโทษ แต่สำหรับจิตบางจิตนั้นที่ทำทั้งความดีและความชั่วปะปนกันไป จิตเหล่านี้จะต้องเกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมาเพื่อไว้สำหรับการชดใช้กรรม เพราะจิตทุกจิตนั้นถือได้ว่ามีร่างกาย ย่อมมีขอบเขต ออริเจนเรียกว่า ร่างกายของจิต (Spiritual body) พระเจ้าเท่านั้นที่ไม่มีร่างกายใดเลย
v ปรัชญาการศึกษา
จุดมุ่งหมายของการศึกษา ออริเจนต้องการให้ศิษย์เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและมีคุณธรรมบนพื้นฐานของความรู้ คือ การวางรากฐานจะต้องหนักแน่นและมั่นคงจะส่งผลให้มีความเชื่อเข้มแข็งและมีคุณธรรมที่เป็นแบบอย่างได้ ออริเจนให้ศิษย์เรียนศิลปศาสตร์ต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อฝึกให้ศิษย์ได้คิดอย่างรอบคอบ ต่อจากนั้นห้เรียนปรัชญาหลายระบบ เพื่อฝึกฝนให้ทำตัวเป็นกลางในการตัดสินใจเลือก จากนั้นถึงให้เรียนพระคัมภีร์ เพื่อจะได้เข้าใจข้อคำสอนของศาสนาอย่างลึกซึ้ง ออริเจนยังยืนยันด้วยว่า ผู้ที่ไม่รู้ปรัชญาย่อมไม่สามารถที่จะมีความเชื่อที่ถูกต้อง

ประโยชน์ที่ได้รับจาการศึกษาชีวประวัติและแนวคิดของออริเจน
o   พระศาสนจักรยุคปิตาจารย์หรือยุคสมัยใดๆ แม้กระทั่งยุคนี้ บ่อยครั้งทีเดียวที่ตัดสินคนอื่นจากคำบอกเล่าหรือหลักฐานเท่าที่มี เป็นภาพที่ไม่สวยงามเลย เพื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์  ผมชอบออริเจนเป็นการส่วนตัวเพราะท่านเป็นคนที่ใจกว้าง ก่อนที่จะตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ตาม ท่านจะให้เหตุผลและวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด ส่งผลให้ท่านเป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะผลงานที่ท่านได้เขียน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนจักรมากมายจนกระทั่งทุกวันนี้
o   หนทางในการติดตามพระเยซูเจ้า ปฏิเสธไม่ได้ เพื่อที่จะรู้จักพระองค์เราจะต้องศึกษาและเรียนรู้เทววิทยา ดังนั้นความรู้เรื่องพระเจ้าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเพื่อจะเข้าถึงพระองค์  เหนือสิ่งอื่นใด ความเชื่อโดยปราศจากเหตุผลสำคัญที่สุด เราจะต้องยอมรับโดยไม่หาข้อพิสูจน์แต่เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการพิสูจน์ เพราะฉะนั้น “ความเชื่อสำคัญกว่าความรุ้” ออริเจนถือว่าคนที่มีความรู้น้อยไม่เป็นไร แต่ขอให้มีความเชื่อก็พอ
o   หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การทำตามหน้าของเรา อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะพระพรแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ไม่มีประโยชน์ที่จะเปรียบเทียบ มีแต่จะบั่นทอนกำลังใจเปล่าๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบในหน้าที่ของเราในที่สุด
o   จุดมุ่งหมายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ออริเจนมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน คือ การสั่งสอนอบรมศิษย์ให้เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและมีคุณธรรมบนพื้นฐานของความรู้ ผมเห็นความชัดเจนของจุดมุ่งหมายเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น คือ ศรัทธาและมีคุณธรรม ส่วนความรู้เป็นเรื่องรองเท่านั้น
ดังนั้นจุดมุ่งหมายในชีวิตจะต้องสอดคล้องกับความเชื่อ ซึ่งเป็นแก่นที่แท้จริงในการเจริญชีวิตเพื่ออาณาจักรสวรรค์


บรรณานุกรม
กีรติ บุญเจือ, แก่นปรัชญายุคกลาง. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพาณิชย์, 2527
เคนเน็ท สก๊อตท์ ลาทัวแร็ทท์,  ประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์.  แปลโดย ธนาภรณ์ ธรรมสุจริตกุล
                และ สิธยา คูหาเสน่ห์, พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง.  กรุงเทพฯ: บริษัท ประชุมทอง พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด,  2547.
พงศ์ โสโน. ปฏิทินประวัติศาสตร์โลก. พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง. กรุงเทพฯ : หจก.โรงพิมพ์มิตรสยาม,  มกราคม 2550.
Glenn Davis. The Development of the Canon of the New Testament .[1997]. available
                from: http://www.ntcanon.org/Origen.shtm. [2013 , july 3]
Wikimedia Foundation, Inc., (2013, July 13). Origen Wikepedia, The free encyclopedia,
                available from http://en.wikipedia.org/wiki/Origen [2013, July 28]

7 ความคิดเห็น:

  1. ในครั้งเเรกผมเข้าใจเสมอว่า ออริเจน โดนกลั่นแกล้งในการเเต่งตั้งเป็นนักบุญ แต่เมื่ออ่านบทความบทนี้ก็ได้ทราบ ถึงเเนวคำสอนที่ผิดเพียนบ้างเล็กน้อยของเขา แต่อย่างไรก็ตามคำสอนเเละงานเขียนของเขาก็มีส่วนสำคัญในคริสตศาสนาอย่างยิ่ง ออริเจนมักถูกอ้างอิงเสมอในงานด้านเทววิทยา แต่น่าเสียดายเขากัลบกลายไม่ได้เป็นนักบุญ

    ตอบลบ
  2. เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยคริสตชนในยุคแรกๆ ยอมรับได้เลยว่า ออริเจน ก็ได้ช่วยศาสนาคริสต์ไว้าพอสมควร แม้ตอนท้ายจะนอกลู่ไปก็เถอะ น่าเสียดาย

    ตอบลบ
  3. ฉันเชื่อเพื่อเข้าใจ ออริเจน ชี้ให้เห็นความ ความเชื่อสำคัญกว่าความรู้

    เพราะบางอย่างต้องใช้ความเชื่อจึงจะสามารถเข้าถึงความจริงได้บ้าง เช่น พระตรีเอกภาพ

    และอีกอย่างที่ประทับใจและเสนอให้ลองอ่านบทเทศน์ ของออริเจน กันดู

    เข้าใจง่ายถึงเบื้องหลังของพระวาจา

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ27 กันยายน 2556 เวลา 20:25

    ออริเจนถือได้ว่าท่านเป็นนักบุญที่ยิ่งใหญ่จริงในเรื่องการดำเนินชีวิตของท่านในการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า

    ตอบลบ
  5. ในบรรดาปิตาจารย์ที่มีชื่อเสียง ออริเจน เป็นหนึ่งในบุคคลที่โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจ แต่ไม่เคยได้ทราบประวัติและรายละเอียดที่มากเท่านี้มาก่อนหน้านี้ โดยแท้แล้วงานเขียนของท่านยังมีให้ศึกษาและไตร่ตรอง ดดยเฉพาะในทางเทววิทยา ซึ่งได้ไตร่ตรองและตีความอย่างเข้าใจง่าย ดังนั้น ขอบคุณ คุณ อานุภาพที่ได้แบ่งปันความรู้ดี มา ณ โอกาสนี้

    ตอบลบ
  6. ความศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ หากคนเราศรัทธาสิ่งใดเราก็จะสนใจ และหาว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร และเราจะมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นอย่างดี เป็นคำนิยามที่น่าสนใจ
    การสร้างจากความว่าเปล่า เป็นข้อคิดที่ว่า เรามาจากความว่างเปล่า โดยอาศัยพระเจ้าเราจึงมี ถ้าปราศจากพระเจ้าเราก็คือความว่างเปล่า

    ตอบลบ
  7. "พระเจ้าทรงสร้างโลกนี้มาเพื่อใหมนุษย์ชดใช้กรรม" ผมไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ของออริเจนเลยครับ แบบนี้ถือว่าร้ายแรงกว่าการมีบาปกำเนิดมาตั้งแต่เกิดเสียอีก แน่นอนมนุษย์มีความโน้มเอียงไปในทางบาป แต่ก็ใช่ว่ามนุษย์จะมีจิตชั่วมาตั้งแต่แรกเริ่มเกิดมา

    ตอบลบ