ออริเจน(Origen = Origenes) ค.ศ. 185-254
ชีวิตและแนวคิดต่อความศรัทธา
ประวัติ
ในบรรดานักเขียนของพระศาสนจักรในสมัยก่อนนั้น
ออริเจนถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในด้านวิชาการเพราะท่านมีอิทธิพลต่อผู้คนมากมายเป็นเพราะผลงานด้านวิชาการมากมายที่มีอิทธิพลจนกระทั่งทุกวันนี้
ท่านได้ชื่อว่ารอบรู้เรื่องศาสนาคริสต์และปรัชญากรีก เชี่ยวชาญในเรื่องเทววิทยาและและมีความรู้มากมายเกี่ยวกับพระคัมภีร์
เช่นเดียวกับ ยูเซบิอุส แห่งซีซาเรอา นอกจากนั้นท่านยังสามารถสอนวิชาตรรกวิทยา
คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ออริเจนเกิดในครอบครัวที่เป็นคริสตชนหรือไม่(ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่
เพราะเอกสารบางเล่มขัดแย้งกัน) ในอิยิปต์ประมาณปีคริสตศักราช 185 ในวัยเด็กท่านได้รับการศึกษามาอย่างดี
ตลอดช่วงเวลาในชีวิตของท่าน ท่านใช้เวลากับการเป็นอาจารย์ที่เอล็กซานเดรีย
ท่านเองก็ยังเคยเดินทางไป อันทิโอก เอเธนส์ อาระเบีย เอเฟซัสและกรุงโรม
ในปีคริสตศักราช 203 ออริเจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลสถานอบรมหลักความเชื่อที่เมืองเอล็กซานเดรีย
ซึ่งสถานอบรมแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาโดยการเอาหลักปรัชญาของกรีก
โดยเฉพาะหลักปรัชญาของพลาโตมาอธิบายหลักความเชื่อเทววิทยา
ถือว่าเป็นสถาบันแห่งแรกที่สอนปรัชญาคริสต์
ตลอดสิบกว่าปีที่ออริเจนได้แบกรับภาระหน้าที่และได้ประสบความสำเร็จซึ่งมีจำนวนศิษย์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามประมาณปีคริสตศักราช 215 กองกำลังทหารของจักรพรรดิคาราคัลรา (Caracalla)
ได้เข้าโจมตีที่เอล็กซานเดรีย ซึ่งส่งผลโดยตรงถึงสถาบันการศึกษาที่เอล็กซานเดรียที่ออริเจนได้ดูแลอยู่ได้ถูกขัดขวางและเบียดเบียนและท่านก็ได้เดินทางออกจากเอล็กซานเดรีย
ออริเจนได้หลบภัยไปอยู่ที่ซีซาเรีย (Caesarea) ในปาเลสไตน์
ที่นั่นท่านได้ทำหน้าที่เทศน์สั่งสอนในพระศาสนจักรที่นั่นตามที่พระสังฆราชแห่งกรุงเยรูซาเล็มและซีซาเรีย
ในปีคริสตศักราช 230
ออริเจนได้ออกเดินทางไปที่กรีกและการเดินทางของท่านในครั้งนั้นก็ได้มาจบที่เมืองซีซาเรีย
หลังจากนั้นท่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าอาวาสโดยสังฆราช Demetius แต่เมื่อพระสังฆราช Demetius ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของออริเจนจึงเกิดมาไม่แน่ใจท่านรู้สึกว่างานเขียนของออริเจนนั้นเป็นผลงานที่ไม่มีคุณภาพ
เพราะตัดสินจากชีวิตของออริเจน เขาจึงปลดออริเจนออกจากหน้าที่เทศน์สอนและขับไล่ออริเจนออกจากพระศาสนจักรที่เอล็กซานเดรียที่ซึ่งเป็นที่ที่ไม่ชัดเจนในการมอบตำแหน่งหน้าที่
ออริเจนจึงต้องกลับมาที่เมืองซีซาเรียอีกครั้ง
ท่านได้เปิดโรงเรียนสอนพระคัมภีร์และเทววิทยาซึ่งเจริญก้าวหน้ากว่าโรงเรียนที่เอล็กซานเดรียเพราะงานเขียนของท่านได้แพร่หลายออกไป
เป็นการดีเท่ากับการเทศน์สอนและอธิบายพระคัมภีร์เกือบทุกวัน
ในปีคริสตศักราช 250
เกิดเหตุการณ์ก่อกวนอีกครั้ง ออริเจนถูกจับเข้าคุกและทรมานอย่างโหดร้าย
ถึงแม้ว่าท่านจะได้รับอิสรภาพเมื่อจักรพรรดิสิ้นพระชนม์และหลังจากนั้นไม่นานท่านก็เสียชีวิตในปีคริสตศักราช
253 หรือ 254 ที่เมืองไทร์ (Tyreปัจจุบันนี้อยู่ในประเทศเลบานอน) เป็นผลจากการถูกทรมานอย่างหนักในช่วงที่ท่านถูกจองจำ
ในชีวิตของท่านบ่อยครั้งทีเดียวท่านได้ถูกโต้แย้งในเรื่องข้อสงสัยของสิ่งเจือปนในพระวรสารของพวกนักปรัชญานอกรีต
หลังจากท่านเสียชีวิตแล้ว ก็ยังมีการสงสัยในข้อคำสอนของท่าน
ออริเจนเป็นคนใจกว้างในการรับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของทุกคนทุกแหล่งข้อมูลก่อนที่จะตัดสินหรือเลือกกำหนดความคิดของตน
นอกจากนั้นท่านยังยอมรับว่าต่อไปในอนาคตจะมีคนที่เก่งกว่าตนเองไปเรื่อยๆ
การถือเอาความศรัทธาเป็นพื้นฐานในการใช้เหตุผลในการศึกษาเทววิทยานั้น
นับว่าเป็นแบบอย่างที่และมีการเลียนแบบกันอย่างแพร่หลายในสมัยของออริเจน
การใช้ปรัชญาของพลาโตมาอธิบายคริสตศาสนานั้นนับเป็นก้าวแรกของการศึกษาเทววิทยาที่มีการอธิบายโดยใช้หลักปรัชญาอย่างจริงจัง
แนวคิดที่สำคัญต่อความศรัทธา
v ปรัชญากับศาสนา
ความศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้
ศรัทธาจะต้องเป็นเรื่องที่ยอมรับโดยไม่มีการพิสูจน์แต่เป็นพื้นฐานสำหรับการพิสูจน์ต่อไป
ดังนั้นศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนเพื่อบรรลุถึงความรอดพ้น
ออริเจนถือว่าผู้ที่มีความรู้น้อยไม่เป็นไรแต่ขอให้มีศรัทธาก็พอแล้ว
แต่สำหรับผู้ที่จะรู้ต่อไปได้นั้น ต้องใช้ความเพื่อเข้าใจศรัทธาด้วยเหตุผล
เพื่อจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์ยิ่งวันยิ่งมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น
ดังนั้นออริเจนได้เดินตามแนวทางของ เคลเมนส์ ผู้เป็นอาจารย์คือ
“ฉันเชื่อเพื่อจะเข้าใจ
v พระเจ้า
คริสตชนมีพื้นฐานจากพระคัมภีร์ว่า
“พระเจ้าเป็นจิต” ออริเจนมีความเห็นว่า จิตตรงกันข้ามกับสสารอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งเป็นแนวคิดของพลาโต ท่านก็ได้อธิบายต่อไปว่า พระเจ้าทรงมีชีวิต
ทรงสามารถคิดได้ ปรารถนาได้
อย่างไรก็ตามเหตุผลสามารถอธิบายได้ในระดับที่เป็นไปได้เท่านั้น
ถ้าจะรู้ให้แน่ชัดและลึกซึ้งนั้นจะต้องฝึกฝนจนกระทั่งมีความรักในพระเจ้าระดับสูง
ออริเจนเชื่อว่าตนเองสามารถใช้เหตุผลและบรรลุถึงพระเจ้าอย่างลึกซึ้งนั้น
จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องเท่าที่มนุษย์จะรู้ได้ แต่ก็มีทางพัฒนาต่อไปได้อีก
v การสร้าง
การสร้าง (Creation) สำหรับออริเจนแล้ว
หมายถึงการทำให้มีขึ้นมาจากการไม่มีอะไรเลย สิ่งสร้างมี 2 ประเภท คือ จิตกับสสาร
แต่เดิมพระวจนะทรงสร้างจิตมาในฐานะเท่าเทียมกัน มีเจตจำนงเสรีด้วยกันทั้งสิ้น
จิตที่ดีย่อมกระทำดี ส่วนจิตที่ชั่วก็คือจิตที่กระทำชั่ว
รางวัลของจิตที่กระทำดีคือ พระอาณาจักรสวรรค์ คือ
การอยู่กับพระเป็นเจ้าตลอดนิรันดร จิตที่ทำชั่วได้รับนรกเป็นการลงโทษ
แต่สำหรับจิตบางจิตนั้นที่ทำทั้งความดีและความชั่วปะปนกันไป
จิตเหล่านี้จะต้องเกิดมาเป็นมนุษย์
เพราะพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมาเพื่อไว้สำหรับการชดใช้กรรม
เพราะจิตทุกจิตนั้นถือได้ว่ามีร่างกาย ย่อมมีขอบเขต ออริเจนเรียกว่า ร่างกายของจิต
(Spiritual body) พระเจ้าเท่านั้นที่ไม่มีร่างกายใดเลย
v ปรัชญาการศึกษา
จุดมุ่งหมายของการศึกษา ออริเจนต้องการให้ศิษย์เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและมีคุณธรรมบนพื้นฐานของความรู้
คือ
การวางรากฐานจะต้องหนักแน่นและมั่นคงจะส่งผลให้มีความเชื่อเข้มแข็งและมีคุณธรรมที่เป็นแบบอย่างได้
ออริเจนให้ศิษย์เรียนศิลปศาสตร์ต่างๆ ให้ครบถ้วน
เพื่อฝึกให้ศิษย์ได้คิดอย่างรอบคอบ ต่อจากนั้นห้เรียนปรัชญาหลายระบบ
เพื่อฝึกฝนให้ทำตัวเป็นกลางในการตัดสินใจเลือก จากนั้นถึงให้เรียนพระคัมภีร์
เพื่อจะได้เข้าใจข้อคำสอนของศาสนาอย่างลึกซึ้ง ออริเจนยังยืนยันด้วยว่า
ผู้ที่ไม่รู้ปรัชญาย่อมไม่สามารถที่จะมีความเชื่อที่ถูกต้อง
ประโยชน์ที่ได้รับจาการศึกษาชีวประวัติและแนวคิดของออริเจน
o
พระศาสนจักรยุคปิตาจารย์หรือยุคสมัยใดๆ แม้กระทั่งยุคนี้
บ่อยครั้งทีเดียวที่ตัดสินคนอื่นจากคำบอกเล่าหรือหลักฐานเท่าที่มี เป็นภาพที่ไม่สวยงามเลย
เพื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ผมชอบออริเจนเป็นการส่วนตัวเพราะท่านเป็นคนที่ใจกว้าง
ก่อนที่จะตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ตาม
ท่านจะให้เหตุผลและวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด
ส่งผลให้ท่านเป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะผลงานที่ท่านได้เขียน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนจักรมากมายจนกระทั่งทุกวันนี้
o
หนทางในการติดตามพระเยซูเจ้า ปฏิเสธไม่ได้
เพื่อที่จะรู้จักพระองค์เราจะต้องศึกษาและเรียนรู้เทววิทยา
ดังนั้นความรู้เรื่องพระเจ้าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเพื่อจะเข้าถึงพระองค์ เหนือสิ่งอื่นใด
ความเชื่อโดยปราศจากเหตุผลสำคัญที่สุด
เราจะต้องยอมรับโดยไม่หาข้อพิสูจน์แต่เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการพิสูจน์
เพราะฉะนั้น “ความเชื่อสำคัญกว่าความรุ้”
ออริเจนถือว่าคนที่มีความรู้น้อยไม่เป็นไร แต่ขอให้มีความเชื่อก็พอ
o
หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การทำตามหน้าของเรา
อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะพระพรแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ไม่มีประโยชน์ที่จะเปรียบเทียบ มีแต่จะบั่นทอนกำลังใจเปล่าๆ
ซึ่งจะส่งผลกระทบในหน้าที่ของเราในที่สุด
o
จุดมุ่งหมายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ออริเจนมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน คือ
การสั่งสอนอบรมศิษย์ให้เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและมีคุณธรรมบนพื้นฐานของความรู้
ผมเห็นความชัดเจนของจุดมุ่งหมายเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น คือ ศรัทธาและมีคุณธรรม
ส่วนความรู้เป็นเรื่องรองเท่านั้น
ดังนั้นจุดมุ่งหมายในชีวิตจะต้องสอดคล้องกับความเชื่อ
ซึ่งเป็นแก่นที่แท้จริงในการเจริญชีวิตเพื่ออาณาจักรสวรรค์
บรรณานุกรม
กีรติ บุญเจือ, แก่นปรัชญายุคกลาง. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพาณิชย์, 2527
เคนเน็ท สก๊อตท์ ลาทัวแร็ทท์, ประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์. แปลโดย ธนาภรณ์ ธรรมสุจริตกุล
และ
สิธยา คูหาเสน่ห์, พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง.
กรุงเทพฯ: บริษัท ประชุมทอง พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด, 2547.
พงศ์ โสโน. ปฏิทินประวัติศาสตร์โลก.
พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง. กรุงเทพฯ : หจก.โรงพิมพ์มิตรสยาม, มกราคม 2550.
Glenn Davis.
The Development of the Canon of the New Testament .[1997].
available
from:
http://www.ntcanon.org/Origen.shtm.
[2013 , july 3]
Wikimedia
Foundation, Inc., (2013, July 13). Origen Wikepedia, The free
encyclopedia,
available from http://en.wikipedia.org/wiki/Origen
[2013, July 28]
ในครั้งเเรกผมเข้าใจเสมอว่า ออริเจน โดนกลั่นแกล้งในการเเต่งตั้งเป็นนักบุญ แต่เมื่ออ่านบทความบทนี้ก็ได้ทราบ ถึงเเนวคำสอนที่ผิดเพียนบ้างเล็กน้อยของเขา แต่อย่างไรก็ตามคำสอนเเละงานเขียนของเขาก็มีส่วนสำคัญในคริสตศาสนาอย่างยิ่ง ออริเจนมักถูกอ้างอิงเสมอในงานด้านเทววิทยา แต่น่าเสียดายเขากัลบกลายไม่ได้เป็นนักบุญ
ตอบลบเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยคริสตชนในยุคแรกๆ ยอมรับได้เลยว่า ออริเจน ก็ได้ช่วยศาสนาคริสต์ไว้าพอสมควร แม้ตอนท้ายจะนอกลู่ไปก็เถอะ น่าเสียดาย
ตอบลบฉันเชื่อเพื่อเข้าใจ ออริเจน ชี้ให้เห็นความ ความเชื่อสำคัญกว่าความรู้
ตอบลบเพราะบางอย่างต้องใช้ความเชื่อจึงจะสามารถเข้าถึงความจริงได้บ้าง เช่น พระตรีเอกภาพ
และอีกอย่างที่ประทับใจและเสนอให้ลองอ่านบทเทศน์ ของออริเจน กันดู
เข้าใจง่ายถึงเบื้องหลังของพระวาจา
ออริเจนถือได้ว่าท่านเป็นนักบุญที่ยิ่งใหญ่จริงในเรื่องการดำเนินชีวิตของท่านในการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า
ตอบลบในบรรดาปิตาจารย์ที่มีชื่อเสียง ออริเจน เป็นหนึ่งในบุคคลที่โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจ แต่ไม่เคยได้ทราบประวัติและรายละเอียดที่มากเท่านี้มาก่อนหน้านี้ โดยแท้แล้วงานเขียนของท่านยังมีให้ศึกษาและไตร่ตรอง ดดยเฉพาะในทางเทววิทยา ซึ่งได้ไตร่ตรองและตีความอย่างเข้าใจง่าย ดังนั้น ขอบคุณ คุณ อานุภาพที่ได้แบ่งปันความรู้ดี มา ณ โอกาสนี้
ตอบลบความศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ หากคนเราศรัทธาสิ่งใดเราก็จะสนใจ และหาว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร และเราจะมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นอย่างดี เป็นคำนิยามที่น่าสนใจ
ตอบลบการสร้างจากความว่าเปล่า เป็นข้อคิดที่ว่า เรามาจากความว่างเปล่า โดยอาศัยพระเจ้าเราจึงมี ถ้าปราศจากพระเจ้าเราก็คือความว่างเปล่า
"พระเจ้าทรงสร้างโลกนี้มาเพื่อใหมนุษย์ชดใช้กรรม" ผมไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ของออริเจนเลยครับ แบบนี้ถือว่าร้ายแรงกว่าการมีบาปกำเนิดมาตั้งแต่เกิดเสียอีก แน่นอนมนุษย์มีความโน้มเอียงไปในทางบาป แต่ก็ใช่ว่ามนุษย์จะมีจิตชั่วมาตั้งแต่แรกเริ่มเกิดมา
ตอบลบ